รีวิวหนังใหม่ แนะนำหนังน่าดู By ogk.

movie spoil

ปิดเฟส4ไปแล้ว มาดูกันว่าในจักรวาล Marvel ใครออกมานานที่สุด

จากภาพยนตร์ทั้งหมด 23 เรื่องตลอดระยะเวลา 11 ปีของจักรวาลมาร์เวล (ที่อาจจะพักชัตดาวน์กันไปในปีนี้ ถ้า Black Widow ที่เดิมจะเข้าฉายในเดือนพฤษภาคมเลื่อนฉายออกไปอย่างไม่มีกำหนด และยังหากำหนดฉายใหม่ไม่ได้ และ Eternals ที่มีกำหนดฉายเดือนพฤศจิกายน อาจต้องเลื่อนฉายออกไปเพราะกองถ่ายต้องพักการถ่ายทำและอาจจะเลื่อนฉายไปปีหน้า) ถ้าถามว่าจักรวาลฉบับภาพยนตร์นี้ให้ความสำคัญกับตัวละครซูเปอร์ฮีโรตัวไหนมากที่สุด คำตอบอาจจะซ่อนอยู่ในจำนวนเวลาโดยรวมที่พวกเขาได้ปรากฎตัวบนจอหนัง ทั้งในหนังภาคแยกของตัวเอง หนังภาคแยกของคนอื่น และหนังรวมทีม Avengers 

อันดับ 15: Black Panther – 1 ชั่วโมง 4 นาที 45 วินาที 

ฝ่าบาทที’ชัลล่าครองแชมป์ซูเปอร์ฮีโรที่หนังภาคแยกและภาคแรกทำรายได้สูงสุดในบรรดาหนังมาร์เวลทั้งหมด (ระดับชนะ Avengers: Infinity War (2018) ที่ออกฉายในปีเดียวกัน) ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า การเปิดตัวละครนี้ใน Captain America: Civil War (2016) เพื่อปูเรื่องก่อนมาเข้าหนังของตัวเองก็มีส่วนสำคัญในการทำให้หนังเปรี้ยง ยิ่งผนวกกับความเป็นเอกลักษณ์ของโลกวากานดาที่ทำออกมาได้โดดเด่น ยิ่งทำให้ผู้ชมอยากติดตามการเดินทางภาค 2 ของโลกวากานดาต่อไปอีก นักแสดงอย่าง Chadwick Boseman นั้น ได้ค่าตัวจาก Black Panther (2018) ไป 1.1 ล้านเหรียญ แบ่งเป็นค่าตัวจากการแสดง (รับทันที) 700,000 เหรียญ และ 0.01% จากรายได้ของหนังทำได้ในสหรัฐฯ นั่นคืออีก 400,000 เหรียญฯBlack Panther (2018)

Black Panther (2018)

  • นักแสดง: Chadwick Boseman (42, Draft Day, Get on Up, Gods of Egypt)
  • ปรากฎตัวครั้งแรก: Captain America: Civil War (2016)
  • จำนวนเรื่องที่ปรากฎตัว: 4 เรื่อง (Captain America: Civil War (2016), Black Panther (2018), Avengers 3-4 (2018-2019))
  • รายได้รวมทั่วโลกของหนังที่ปรากฎตัว: 7,344 ล้านเหรียญฯ

อันดับ 14: Pepper Potts – 1 ชั่วโมง 10 นาที 

ภรรยาของโทนี สตาร์คที่ปราฎตัวตัวในฐานะเลขาหมายเลข 1 ตั้งแต่ภาคแรก Iron Man (2008) ก่อนจะเลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นคุณผู้หญิงของสตาร์คในที่สุด เพ็พเพอร์ พอตต์ เป็นตัวละครเพียงคนเดียวใน 15 อันดับนี้ที่เป็นคนธรรมดา หมายถึงไม่เป็นทั้งซูเปอร์ฮีโรหรือวายร้ายที่มีพลังความสามารถ (ยกเว้นตอนที่เธอได้สวมชุดเกราะเหล็กในโอกาสพิเศษตอน Iron Man 3 (2013)) ซึ่งก็เพราะเธอคือ คุณผู้หญิงของโทนี่ที่เป็นซูเปอร์ฮีโรที่แฟน ๆ มาร์เวลรักมากที่สุด พื้นที่ของเธอในภาพรวมจึงเยอะตามไปด้วยนั่นเอง นักแสดงผู้รับบทอย่าง Gwyneth Paltrow ยังเคยให้สัมภาษณ์ว่า ตอนทีมงานให้มาถ่ายหนังของ Marvel เธอก็จำไม่ได้หรอกว่า เธอกำลังแสดงเรื่องไหนอยู่เพ็พเพอร์ พอตต์ ใน Iron Man 3 (2013)

เพ็พเพอร์ พอตต์ ใน Iron Man 3 (2013)

  • นักแสดง: Gwyneth Paltrow (Shakespeare in Love, Shallow Hal, Contagion)
  • ปรากฎตัวครั้งแรก: Iron Man (2008)
  • จำนวนเรื่องที่ปรากฎตัว: 7 เรื่อง ( Iron Man 1-3 (2008-2013), Spider-Man: Homecoming (2016), Avengers 1, 3, 4 (2012-2019))
  • รายได้รวมทั่วโลกของหนังที่ปรากฎตัว: 9,665 ล้านเหรียญฯ

อันดับ 13: Nick Fury – 1 ชั่วโมง 10 นาที

เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่หากวัดกันที่จำนวนเรื่องที่ได้ปรากฏตัว ก็ถือว่าได้ออกมาบนจอมากเรื่องที่สุด และได้อยู่มาตั้งแต่เรื่องแรกของเฟสที่ 1 คือ ท้ายเครดิตใน Iron Man (2008) จนถึงหนังปิดเฟส 3 ใน Spider-Man: Far From Home (2019) ยังไม่นับว่า นิค ฟิวรีก็คงจะได้อยู่สร้างสีสันไปอีกหลายเรื่อง หากมองย้อนไปใน 3 เฟสแรก เขามีบทบาทสำคัญในการประกบคู่กับกัปตันอเมริกา ใน Winter Soldier (2014) Captain Marvel (2019) และ Spider-Man: Far From Home (2019) ซึ่งดูจากทิศทางแล้วเขาและกัปตันมาร์เวล น่าจะยังมีเรื่องราวให้สานต่อความสัมพันธ์ฉันท์คู่หูกันอีกต่อไปในภาค 2 บทบาทนี้ยังช่วยทำให้นักแสดง Samuel L. Jackson ที่ไปร่วมแสดงมาทั่วแล้วเกือบทุกจักรวาลหนังของโลกภาพยนตร์ สร้างฐานแฟนคลับเพิ่มขึ้นในหมู่ผู้ชมวัยรุ่นชายที่เติบโตมาจากคอมิกอีกด้วยนิค ฟิวรี ใน Captain Marvel (2019)

นิค ฟิวรี ใน Captain Marvel (2019)

  • นักแสดง: Samuel L. Jackson (Star Wars: Episode I-III, xXx, Die Hard with a Vengeance, Django Unchained, Glass, Shaft)
  • ปรากฎตัวครั้งแรก: Iron Man (2008)
  • จำนวนเรื่องที่ปรากฎตัว: 11 เรื่อง (Iron Man 1-2 (2008-2010), Thor (2011), Captain America 1-2 (2011-2014), Avenger 1-4 (2012-2019), Captain Marvel (2019), Spider-Man: Far From Home (2019))
  • รายได้รวมทั่วโลกของหนังที่ปรากฎตัว: 11,681 ล้านเหรียญฯ

อันดับ 12: Captain Marvel – 1 ชั่วโมง 12 นาที 15 วินาที

กลายเป็นตัวละครซูเปอร์ฮีโรหญิงที่แจ้งเกิดได้ปังที่สุด พร้อมจะเป็นผู้นำทีม Avengers คนใหม่ในเฟส 4 หลังจากปิดจบรุ่นแรกกันไปแล้วใน Endgame คงต้องบอกว่าตัวละครนี้ได้เริ่มต้นเรื่องราวของเธอในยุคหลังจากจักรวาลมาร์เวลวางรากฐานแฟน ๆ มาไว้อย่างดีแล้ว เรียกว่าเรื่องไหนก็มีคนตามดู ส่วนนักแสดงอย่าง Brie Larson นั้นก็เป็นตัวเลือกที่ดีในการมารับบทนี้ เพราะเพิ่งคว้ารางวัลออสการ์นำหญิงจาก Room (2015) ที่ช่วยทำให้เธอกลายเป็นนักแสดงหญิงแถวหน้าและคว้าบทนี้ไปได้ โดยในเรื่อง Captain Marvel นั้น เธอได้รับค่าตัวทั้งสิ้น 5 ล้านเหรียญฯ ซึ่งนับว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของนักแสดงที่เพิ่งเล่นหนังมาไม่กี่เรื่องCaptain Marvel (2019)

Captain Marvel (2019)

  • นักแสดง: Brie Larson (Room, Don Jon, Kong: Skull Island)
  • ปรากฎตัวครั้งแรก: Captain Marvel (2019)
  • จำนวนเรื่องที่ปรากฎตัว: 2 เรื่อง (Captain Marvel (2019), Avengers: Endgame (2019))
  • รายได้รวมทั่วโลกของหนังที่ปรากฎตัว: 3,925 ล้านเหรียญฯ

อันดับ 11: Loki – 1 ชั่วโมง 18 นาที 30 วินาที

เป็นอีกหนึ่งตัวละครจากเรื่อง Thor ที่อยู่กันมาตั้งแต่รุ่นแรก กับคนพี่ของชาวแอสการ์ดที่ได้ไปต่อกับ Thor ภาค 4 Love and Thunder คนน้องก็ได้ไปต่อกับซีรีส์ที่กำลังถ่ายทำและเตรียมตัวสตรีมมิงให้ชมทาง Disney+ ถ้าจะดูว่าจักรวาลมาร์เวลรักตัวละครนี้มากแค่ไหนก็ดูได้จาก แม้ว่าตัวละครนี้ในไทม์ไลน์หลักจะตายไปแล้วในภาค Infinity War แต่เขาก็ยังได้ไปต่อจากไทม์ไลน์อีกเส้น ที่เหล่า Avengers ย้อนเวลากลับไปแก้ไขห้วงอดีตใน Endgame นอกจากนั้นแล้ว เขายังเป็นตัวร้ายเพียงตัวเดียวที่ติดเข้ามาใน 15 อันดับ (ตัวร้ายของ The Avengers ภาคแรก และขนาดธานอสไม่ติดอันดับเข้ามาด้วยเลย) และทำให้ Tom Hiddleston ทำรายได้รวมทั้งปีอยู่ที่ 20 ล้านเหรียญฯTom Hiddleston เกือบจะเล่นเป็น Thor แต่ขอฉีกไปเล่นร้ายดีกว่าในบท Loki

Tom Hiddleston ในบท “โลกิ” Thor (2011)

  • นักแสดง: Tom Hiddleston (Kong: Skull Island, High-Rise, Crimson Peak)
  • ปรากฎตัวครั้งแรก: Thor (2011)
  • จำนวนเรื่องที่ปรากฎตัว: 6 เรื่อง (Thor 1-3 (2011-2017), Avengers 1, 3, 4 (2012-2019))
  • รายได้รวมทั่วโลกของหนังที่ปรากฎตัว: 8,309 ล้านเหรียญฯ

อันดับ 10: Gamora – 1 ชั่วโมง 20 นาที

Zoe Saldana เป็นหนึ่งในนักแสดงที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก เพราะเธอได้แสดงนำในหนังที่ทำรายได้ระดับทุบสถิติโลกมาแล้วหลายเรื่อง ทั้ง AvatarAvengers และ Guardians of the Galaxy ของ MCU และ Star Trek ฉบับล่าสุด (ซึ่งทุกบทที่เธอเล่นนั้นรับบทเป็น “มนุษย์ต่างดาว”) ในบท “กาโมรา” เธอเป็นลูกรัก (ลูกแค้น) ของธานอส และเป็นหนึ่งในแก๊งของ Guardians อีกคนที่ติดอันดับปรากฏตัวนานที่สุดก็คือ สตาร์ลอร์ด ซึ่งทั้งคู่ยังเหลือภาคปิดท้ายภาคที่ 3 อยู่อีกภาค ที่ว่ากันว่าจะเป็นภาคสุดท้ายของตัวละครกลุ่มนี้ แต่ก็อาจได้ไปร่วมแจมในหนังภาคพิเศษเรื่องอื่นอีกก็เป็นได้กาโมร่า ใน Guardians of the Galaxy Vol. 2 (2017)

กาโมร่า ใน Guardians of the Galaxy Vol. 2 (2017)

  • นักแสดง: Zoe Saldana (The Losers, Columbiana, Vantage Point)
  • ปรากฎตัวครั้งแรก: Guardians of the Galaxy Vol. 1 (2014)
  • จำนวนเรื่องที่ปรากฎตัว: 4 เรื่อง (Guardians of the Galaxy Vol. 1-2 (2014-2017), Avengers 3-4 (2018-2019))
  • รายได้รวมทั่วโลกของหนังที่ปรากฎตัว: 6,480 ล้านเหรียญฯ

อันดับ 9: Doctor Strange – 1 ชั่วโมง 25 นาที 45 วินาที

แม้จะมีภาคแรกเป็นภาคแยกเดี่ยวเรื่องเดียวเท่าที่มีในตอนนี้ แต่จำนวนเวลาที่ปรากฎในหนังจักรวาลมาร์เวลก็มากกว่าหลาย ๆ คนที่อยู่มานานกว่า รวมถึงได้ปรากฎตัวเยอะในทั้ง Infinity War และ Endgame ด้วย แน่นอนว่าเส้นทางของด็อกเตอร์เสตรนจ์ยังอีกยาวไกลกับภาค 2 in the Multiverse of Madness ที่จะออกฉายในปี 2021 นักแสดงนำอย่าง Benedict Cumberbatch นั้นมีชื่อเสียงอยู่แล้วจากซีรีส์ Sherlock (2010-2017) และหนังเข้าชิงออสการ์ The Imitation Game (2014) เมื่อมารับบทนี้ก็ยิ่งทำให้เขาเป็นที่รู้จักในกลุ่มคนดูทั่วไปมากขึ้นไปอีก เขาทำรายได้จาก Doctor Strange (2016) ไป 2.5 ล้านเหรียญฯ และในปี 2019 รายได้รวมของเขาทั้งปีจากการเล่นหนังหลายเรื่องรวมถึง Endgame ทำให้เขามีรายได้รวมอยู่ที่ 30 ล้านเหรียญเลยทีเดียวDoctor Strange ใน Endgame

Doctor Strange ใน Avengers: Endgame (2019)

  • นักแสดง: Benedict Cumberbatch (Star Trek: Into Darkness, Black Mass, The Hobbit 1-3)
  • ปรากฎตัวครั้งแรก: Doctor Strange (2016)
  • จำนวนเรื่องที่ปรากฎตัว: 4 เรื่อง (Doctor Strange (2016), Thor: Ragnarok, Avengers 3-4 (2018-2019))
  • รายได้รวมทั่วโลกของหนังที่ปรากฎตัว: 6,375 ล้านเหรียญฯ

อันดับ 8: Spider-Man – 1 ชั่วโมง 34 นาที 15 วินาที

น้องใหม่ล่าสุดในหมู่ทีม Avengers กับภาพจำคู่หู “ลุงหลาน” กับโทนี สตาร์คในจักรวาลนี้ ยังมาพร้อมเงื่อนไขที่เป็นดีลประวัติศาสตร์ระหว่างค่าย Sony และ Disney ที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนในการบริหารตัวละคร (และผลประโยชน์จากตัวละคร) สักตัวหนึ่งร่วมกัน ก่อให้เกิดดรามา Sony จะเอาหนังกลับไปสร้างเองหรือไม่เอากลับเมื่อปีที่แล้ว ความสำเร็จของ Spider-Man ฉบับน้อง Tom Holland ที่กลับไปทำรายได้ใกล้เคียงกับฉบับแรกสุดที่นำแสดงโดย Tobey Maguire สร้างความมั่นใจให้กับ Sony ขยายจักรวาลแบบไม่พึ่งพา Marvel Studios ในการสร้าง Venom (2018) และ Morbius ต่อมา Holland แจ้งเกิดจากบทนี้ให้ได้ไปแสดงหนังดังเรื่องอื่น ๆ และจาก Homecoming ที่เขาได้ค่าตัว 500,000 เหรียญฯ นับถึงปีที่แล้วเขาทำรายได้ทั้งปีไปแล้ว 20 ล้านเหรียญฯ ที่ทำให้นักแสดงรุ่นใหญ่หลายคนต้องมาตาปริบ ๆSpider-Man ของ Tom Holland ที่ปรากฎตัวครั้งแรกใน Captain America: Civil War (2016)

Spider-Man ของ Tom Holland ที่ปรากฎตัวครั้งแรกใน Captain America: Civil War (2016)

Advertisement

  • นักแสดง: Tom Holland (The Impossible, In the Heart of the Sea, The Lost City of Z)
  • ปรากฎตัวครั้งแรก: Captain America: Civil War (2016)
  • จำนวนเรื่องที่ปรากฎตัว: 5 เรื่อง (Captain America: Civil War (2016), Spider-Man: Homecoming, Far From Home (2017-2019), Avengers 3-4 (2018-2019))
  • รายได้รวมทั่วโลกของหนังที่ปรากฎตัว: 8,009 ล้านเหรียญฯ

อันดับ 7: Star-Lord – 1 ชั่วโมง 35 นาที 45 วินาที

Chris Pratt แจ้งเกิดกับบทนี้หลังจากเป็นตัวประกอบมาตลอดชีวิต (และเป็นหนุ่มอวบอ้วนมาตลอดด้วย ก่อนจะพลิกโฉมมาหุ่นดีอย่างที่เห็นตั้งแต่เล่น Guardians เป็นต้นมา) ก่อนจะได้เป็นเล่นหนังแฟรนไชส์หนังอีกเรื่องอย่าง Jurassic World ทั้ง 3 ภาค นี่เป็นตัวละครที่สร้างสีสันด้านความฮาอีกตัวหนึ่งของจักรวาลมาร์เวล และก็สร้างหายนะเพราะการคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ใน Infinity War ที่ตอนนั้นบทดูจะจงใจให้เขางี่เง่าจนการดีดนิ้วของธานอสสำเร็จ อย่างไรก็ตามถ้าลืมเหตุการณ์นั้นไปเสีย สตาร์ลอร์ดก็เป็นซูเปอร์ฮีโรหนุ่มทะเล้นที่มีเสียงเพลงอยู่ในจิตใจ ยังเหลืออีกหนึ่งภาคปิดท้ายที่จะมาปิดจบเรื่องราว อย่างไรก็ดี พวกเราก็ยังอยากให้สตาร์ลอร์ดแวะไปแจมกับธอร์หรือคนอื่น ๆ อยู่นะ ถ้าผู้สร้างจะใจดีสนองนี๊ดแฟน ๆStar-Lord ใน Guardian of the Galaxy

Star-Lord ใน Guardian of the Galaxy Vol. 1 (2014)

  • นักแสดง: Chris Pratt (Jurassic World 1-3 (2015-2021), Magnificent Seven (2016), Passengers (2016))
  • ปรากฎตัวครั้งแรก: Guardians of the Galaxy Vol. 1 (2014)
  • จำนวนเรื่องที่ปรากฎตัว: 4 เรื่อง (Guardians of the Galaxy Vol. 1-2 (2014-2017), Avengers 3-4 (2018-2019))
  • รายได้รวมทั่วโลกของหนังที่ปรากฎตัว: 6,480 ล้านเหรียญฯ

อันดับ 6: Black Widow – 1 ชั่วโมง 52 นาที 45 วินาที

กำลังจะมีหนังแยกเดี่ยวของตัวเองเข้าฉายแล้วแท้ ๆ สำหรับนาตาชา โรมานอฟหรือแบล็ควิโดว ที่ต้องมาวิ่งหนีวิดจนกำหนดฉายใหม่ยังไม่ออก นี่เป็นตัวละครที่อยู่คู่จักรวาลมาร์เวลมาเกือบตลอดตั้งแต่เรื่องที่ 3 และก็ถูกจับคู่กับซูเปอร์ฮีโรชายมาแล้วหลายคน ทั้งโทนี สตาร์คใน Iron Man 2 (2010), จิ้นกับฮอล์คอายใน The Avengers (2012), จูบกับกัปตันอเมริกาใน The Winter Soldier (2014),  กิ๊กกั๊กกับฮัลค์ใน Age of Ultron (2015) เรียกว่าสาวฮอตคนนี้ขาดแค่ธอร์คนเดียวที่เธอไม่ได้เคยสปาร์คจอยมาด้วย จึงได้กลายเป็นตัวละครหญิงที่ปรากฏตัวใน MCU มากที่สุดนั่นเอง Scarlett Johansson เล่นหนังในวงการมายาวนานและก็ได้บทนี้ต่อยอดให้เธอมีหนังแอ็กชันฮิตและไม่ฮิตอย่าง Lucy (2014) และ Ghost in the Shell (2017)อดีตของนาตาชา โรมานอฟ จะยังคงตามมาหลอกหลอนใน Black Widow

อดีตของนาตาชา โรมานอฟ จะยังคงตามมาหลอกหลอนใน Black Widow ที่รอกำหนดฉายใหม่

  • นักแสดง: Scarlett Johansson (Lost in Translation, Lucy, Jojo Rabbit, Marriage Story)
  • ปรากฎตัวครั้งแรก: Iron Man 2 (2010)
  • จำนวนเรื่องที่ปรากฎตัว: 8 เรื่อง Iron Man 2 (2010), Captain America 2-3 (2014-2016), Captain Marvel (2019), Avengers 1-4 (2012-2019) และ Black Widow ที่เตรียมเข้าฉาย
  • รายได้รวมทั่วโลกของหนังที่ปรากฎตัว: 11,383 ล้านเหรียญฯ

อันดับ 5: Ant-Man – 1 ชั่วโมง 53 นาที 15 วินาที

ถูกค่อนแคะว่าเป็นตัวประกอบของทีม Avengers อยู่เสมอ อาจด้วยเพราะรูปลักษณ์เป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้ดูเท่อะไร (แต่ก็เป็นแฟมิลี่แมนนะ) รวมถึงหนังก็มักจะออกฉายแบบคั่นเวลาจริง ๆ ทั้งภาคแรกและภาคสองก็ประกาศสร้างและออกฉายแบบอยู่นอกแผนใหญ่ของ MCU ที่ประกาศล่วงหน้านาน ๆ แต่ถ้ามองกันที่รายได้ Ant-Man ทั้งสองภาคก็ทำรายได้ไม่ขี้เหร่ และนักแสดงทุกคนทุกรุ่นในเรื่องก็เป็นสีสันที่ทำให้อยากติดตามเรื่องราวของพวกเขาต่อ และต้องไม่ลืมว่านี่คือ ฮีโรตัวจริง (ไม่นับหนูตัวนั้นที่เปิดเดินเครื่องให้สก็อต แลงออกจากมิติควอนตัมได้) ที่ทำให้ทีม Avengers หาวิธีโค่นธานอสได้สำเร็จ Paul Rudd จากนักแสดงตลกระดับกลาง ๆ ก็เลยกลายเป็นนักแสดงที่คนรู้จักมากขึ้นและมีงานหนังใหญ่ให้เล่นมากขึ้นอย่าง Ghostbusters: AfterlifeAnt-Man and the Wasp (2018)

Ant-Man and the Wasp (2018)

  • นักแสดง: Paul Rudd (I Love You, Man, Forgetting Sarah Marshall, The Perks of Being a Wallflower)
  • ปรากฎตัวครั้งแรก: Ant-Man (2015)
  • จำนวนเรื่องที่ปรากฎตัว: 4 เรื่อง (Ant-Man 1-2 (2015-2018), Captain America: Civil War (2016), Avengers: Infinity War (2019))
  • รายได้รวมทั่วโลกของหนังที่ปรากฎตัว: 5,091 ล้านเหรียญฯ

อันดับ 4: Hulk – 2 ชั่วโมง 21 นาที 15 วินาที

เป็นตัวละครที่มีผู้มารับบทแสดงถึง 2 คนในจักรวาลมาร์เวลคือ Edward Norton และ Mark Ruffalo ฮัลค์ได้ครองเวลาบนจักรวาลนี้ถึงอันดับ 4 ที่ขนาดตัวละครติดสัญญาจากค่าย Paramount ไม่ให้มีหนังแยกเดี่ยวเป็นของตัวเองที่สร้างจาก Marvel Studios ของ Disney แต่พี่ฮัลค์ก็ได้ไปแจมกับเพื่อน ๆ อยู่ในหลายเรื่อง ทั้ง Avengers ทุกภาครวมถึงการแจมที่น่าจดจำอย่างใน Thor: Ragnarok (2017) ที่ช่วยเปลี่ยนโทนของ Thor ให้จี๊ดจ๊าดสนุกขึ้นมาก การเลือกใช้บริการของ Ruffalo ที่เล่นหนังได้ทุกแนวทั้งดรามา ตลก หรือแนวลึกลับ นับเป็นตัวเลือกที่ถูก เขาจะได้ไปต่อบทนี้ในซีรีส์ She-Hulk หรือการแนะนำฮัลค์เวอร์ชันผู้หญิงที่จะสตรีมมิงออกทาง Disney+ เขาได้รับค่าตัวใน The Avengers ไป 2 ล้านเหรียญฯ ใน Age of Ultron ไป 2.8 ล้านเหรียญฯ และ Infinity War และ Endgame ภาคละ 6 ล้านเหรียญฯฮัลค์ ใน Avengers: Infinity War (2018)

ฮัลค์ ใน Avengers: Infinity War (2018)

  • นักแสดง: Edward Norton (Fight Club, American History X), Mark Ruffalo (Shutter Island, Dark Waters, Spotlight, Fox Catcher)
  • ปรากฎตัวครั้งแรก: The Incredible Hulk (2008) / The Avengers (2012)
  • จำนวนเรื่องที่ปรากฎตัว: 7 เรื่อง (The Incredible Hulk (2008), Iron Man 3 (2013), Thor: Ragnarok (2017), Avenger 1-4 (2012-2019))
  • รายได้รวมทั่วโลกของหนังที่ปรากฎตัว: 10,096 ล้านเหรียญฯ

อันดับ 3: Thor – 3 ชั่วโมง 24 นาที 45 วินาที

จากภาคแรก ๆ ที่เป็นเทพเจ้าสายลิเกมาสู่เทพเจ้าสายฮา และกลายเป็นพ่อถังเบียร์ในที่สุด นี่คือตัวละครที่มีพัฒนาการมากที่สุดแล้วในบรรดาทีม Avengers ทั้งหมด ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่ว่านั้นก็ต้องยกเครดิตให้ผู้กำกับ Taika Waititi ที่พลิกโฉมธอร์ใน Thor: Ragnarok (2017) ที่ไปจุดติดนำตัวตนจริง ๆ ของ Chris Hemsworth พ่อหมีที่เป็นคนฮา ๆ อยู่แล้วได้โชว์ความตลกที่มีอยู่อย่างเต็มที่ Waititi จะกลับมาสานต่อความสำเร็จกับภาค 4 Thor: Love and Thunder (2021) ที่จะออกฉายปีหน้า และเส้นทางของธอร์น่าจะยังไม่จบลงแค่นี้ ซึ่งจะทำให้เขากลายเป็น Avengers ที่ครองเวลาบนจอนานที่สุดแซงเพื่อนร่วมรุ่นแรกอีก 2 คนที่จบบทบาทไปแล้ว ส่วน Hemworth นั้นทำรายได้ของตัวเองทั้งปี 2019 ไปถึง 76.4 ล้านเหรียญฯ เลยทีเดียวพ่อถังเบียร์ ใน Avengers: Endgame (2019)

พ่อถังเบียร์ ใน Avengers: Endgame (2019)

  • นักแสดง: Chris Hemsworth (Snow White and the Huntsman, MIB: International, Ghostbusters, Rush, Star Trek)
  • ปรากฎตัวครั้งแรก: Thor (2011)
  • จำนวนเรื่องที่ปรากฎตัว: 8 เรื่อง (Thor 1-3 (2011-2017), Doctor Strange (2016), Avenger 1-4 (2012-2019))
  • รายได้รวมทั่วโลกของหนังที่ปรากฎตัว: 10,388 ล้านเหรียญฯ

อันดับ 2: Captain America – 4 ชั่วโมง 8 นาที 15 วินาที

เป็นซูเปอร์ฮีโรในอุดมคติของโลกและชาวมาร์เวลที่สุดแล้ว สำหรับสตีฟ โรเจอร์สหรือกัปตันอเมริกาคนแรก ที่ถ้าเทียบให้โทนี สตาร์คเป็นฮีโร bad guys พ่อหนุ่มสตีฟก็จะเป็นคู่ตรงข้ามแห่งการเป็น good guys ที่ไม่มีรอยด่างพร้อยอะไรเลย (ขนาดจะให้ร้ายสุดในการช่วยเพื่อนรักอย่างบัคกี้ในภาค Civil War ก็ยังดูร้าย ๆ แบบมีเหตุมีผลเลยพ่อคุณ!) สมกับการเป็นตัวแทน (และก้น) ของอเมริกาที่คงวิถีการเป็นคนดีผู้เสียสละและยึดมั่นในคุณธรรมมาตั้งแต่ภาคแรก The First Avengers (2011) จนจบบทบาทไปใน Endgame (2019)

แม้จะไม่ได้มีซีนเด่นเท่ากับไอรอนแมนที่ก็ขอปิดฉากไปในภาคเดียวกัน แต่ซีนสุดท้ายของ Endgame ก็มอบให้กับเขาที่คู่ควรจะมีความสุขกับแม็กกี้ คาร์เตอร์ (แตกต่างจากโทนีที่ต้องเสียสละชีวิต) Chris Evans จะมีบทบาทนี้เป็นภาพจำและบทที่ดังที่สุด เขาเคยเล่น Fantastic Four (2005-2007) ที่สร้างจากคอมิกของ Marvel เหมือนกัน และหลังจากจบบทบาทกัปตันไปแล้วก็ไปได้สวยกับในหนังแนวอื่นอย่าง Knives Out (2019) เป็นเรื่องแรกสตีฟ โรเจอร์ ใน Captain America: The First Avenger (2011)

แม็กกี้ คาร์เตอร์ และสตีฟ โรเจอร์ ใน Captain America: The First Avenger (2011)

  • นักแสดง: Chris Evans (Knives Out, Snowpiercer, Scott Pilgrim vs. the World, Push)
  • ปรากฎตัวครั้งแรก: Captain America: The First Avenger (2011)
  • จำนวนเรื่องที่ปรากฎตัว: 11 เรื่อง (Captain America 1-3 (2011-2016), Thor: The Dark World (2014), Ant-Man (2015), Spider-Man: Homecoming (2017), Captain Marvel (2019), Avengers 1-4 (2012-2019))
  • รายได้รวมทั่วโลกของหนังที่ปรากฎตัว: 12,293 ล้านเหรียญฯ

อันดับ 1: Iron Man – 5 ชั่วโมง 58 นาที

ตัวละครที่โด่งดังที่สุด แฟน ๆ มาร์เวลและคอหนังทั่วไปรักมากที่สุดหนีไม่พ้นโทนี สตาร์คหรือไอรอนแมน ที่ทำหน้าที่กรุยทางสะดวกให้กับ MCU มาตั้งแต่ภาคแรกปี 2008 ตัวละครตัวนี้ก็เปรียบเสมือนการเดินทางของ MCU ที่ล้มลุกคลุกคลานมาก่อนในยุคต้นปี 2000 ก่อนจะค่อย ๆ สร้างความสำเร็จแบบไม่รีบร้อน และปิดฉากตัวเองรอบแรกแบบสวย ๆ ในเฟส 3 กับ Endgame (2019) และร่องรอยแห่งความสูญเสียที่มีให้เห็นใน Far From Home (2019) ไอรอนแมนก็ช่วยฉุด Robert Downey Jr. ให้กลับมามีชื่อเสียงและงานแสดงอีกครั้ง หลังจากเขาชีวิตตกอับเพราะยาเสพติดไปพักนึง อย่างที่เขาให้สัมภาษณ์บ่อย ๆ ว่า เขาตกเป็นหนี้บุญคุณของบทบาทนี้ไม่ใช่น้อย

แม้จะมีภาค 2 เป็นภาคที่ทำรายได้น้อยสุดและนักวิจารณ์ให้คะแนนน้อยสุด แต่ภาค 3 ปี 2013  ก็ทิ้งทวนหนังเดี่ยวของเขาอย่างได้ใจ หลังจากนั้นก็ยังไปสร้างสีสันให้กัปตันอเมริกาภาค Civil War (2016) แล้วก็ยังไปช่วยเปิดหนัง Homecoming (2017) ของน้อง Tom Holland ให้ฮิตระเบิด ชนิดที่ว่าเรื่องไหนเรื่องนั้นถ้ามีป๋าก็การันตีเลยว่าหนังทำเงินแน่นอน Downey Jr. ยังทำลายสถิตินักแสดงที่ได้ค่าตอบแทนสูงสุดในโลก โดยได้รับจาก Endgame ไป 75 ล้านเหรียญฯ (ใช่, จากเรื่องเดียว!) แบ่งเป็นค่าตัว 20 ล้านเหรียญฯ และที่เหลือเป็นส่วนแบ่งจากรายได้หนัง หลังจากจบบทบาทนี้ เขาเพิ่งจะล้มเหลวไปกับ Dolittle (2020) และยังไม่มีผลงานใหม่ในช่วงนี้ แต่เชื่อว่า Sherlock Holmes 3 ที่จะฉายปี 2021 ถ้าไม่เลื่อนจะกลับมาปังแน่นอนโทนี สตาร์ค กับภาคแยกเดี่ยวภาคสุดท้าย (กับหลายลางบอกเหตุในเรื่อง) ใน Iron Man 3 (2013)

โทนี สตาร์ค กับภาคแยกเดี่ยวภาคสุดท้าย (กับหลายลางบอกเหตุในเรื่อง) ใน Iron Man 3 (2013)

  • นักแสดง: Robert Downey Jr. (Zodiac, Tropic Thunder, Only You, Chaplin, Kiss Kiss Bang Bang)
  • ปรากฎตัวครั้งแรก: Iron Man (2008)
  • จำนวนเรื่องที่ปรากฎตัว: 10 เรื่อง (Iron Man 1-3 (2008-2013), The Incredible Hulk (2008), Captain America: Civil War (2016), Spider-Man: Homecoming (2017), Avengers 1-4 (2012-2019))
  • รายได้รวมทั่วโลกของหนังที่ปรากฎตัว: 12,220 ล้านเหรียญฯ