รีวิวหนังใหม่ แนะนำหนังน่าดู By ogk.

movie spoil

กลับมาอย่างถูกจังหวะ ดูSailor Moonแบบถูกลิขสิทธิ์ที่ youtube

ในช่วงนี้ สิ่งที่มีการแชร์กันอย่างเอิกเกริก และทำข่าวกันอย่างตื่นตา คือการที่ช่องทางการของ Sailor Moon จากประเทศญี่ปุ่น นางได้เอา Sailor Moon ภาคคลาสสิค กลับมาปล่อยฉายออนไลน์ให้ดูกันฟรีๆ ทาง YouTube กันค่ะกะเทย ซึ่งนางมูนก็ได้ช่วยให้ชาวเราลูกสาวและคุณแม่ที่เติบโตมากับการ์ตูนสาวน้อยเวทย์มนต์ได้ผ่อนคลาย หายเครียดในช่วงโควิดนี้บ้าง กับการไปดูชมย้อนวัยความกะเทยกันหน่อย

บทความกะเทยนิวส์สัปดาห์นี้ จึงขอพาไปเจาะลึกการกลับมาอีกครั้งของเซเลอร์มูนรอบนี้กันหน่อยค่า

Sailor Moon ฉบับอนิเมชั่นนั้น ในปัจจุบันถูกแบ่งออกเป็นสองเวอร์ชั่นด้วยกัน คือเวอร์ชั่น 90’s ที่ชาวเราชาวเธอใน Gen Y อายุ 28 ปีขึ้นไป จะคุ้นเคยเป็นอย่างดี จากการที่เคยฉายช่องเก้าการ์ตูนมาตั้งแต่สมัยเราต้องตื่นแต่เช้า เพื่อมาดูเซเลอร์มูนนั่นแหละเออ โดยฉบับเก่านั้น ถูกแบ่งออกเป็น 5 ซีซั่น รวมทั้งสิ้น 200 ตอน โดยเนื้อเรื่องนั้น “ดัดแปลง” มาจากฉบับมังงะ โดยแบ่งตามสงครามและตัวร้ายที่ปรากฎในฉบับมังงะ ดังนี้

Sailor Moon Classic : สงครามควีนเบรีล

Sailor Moon R : สงครามแบล็คมูน

Sailor Moon S : สงครามมุเก็น

Sailor Moon SuperS : สงครามเดดมูน

Sailor Moon Stars : สงครามกาแลคซี่

นอกจากนั้นในอนิเมชั่นฉบับเก่า Sailor Moon ยังมี The Movies พ่วงมาด้วยอีก 3 ภาค และตอนพิเศษอีกมากมาย ด้วยความนิยมที่แพร่หลายมากจนกลายเป็นตำนานสาวน้อยเวทย์มนต์ผู้หญิงนั่นเอง 

เอกลักษณ์ที่สำคัญของอนิเมชั่น Sailor Moon ฉบับเก่า คือการฉายรายอาทิตย์ และการยืดเนื้อเรื่องให้ดำเนินไปเพื่อโกยเรตติ้งตามประสาการ์ตูนโทรทัศน์ ซึ่งก็สามารถเทียบเท่าละคร หรือซิทคอมได้เลย ดังนั้น เซเลอร์มูนฉบับเก่า จึงเน้นที่ฉากแปลงร่าง ที่ใช้ภาพเดิมในทุกๆ อาทิตย์ รวมถึง “สัตว์ประหลาดรายตอน” ที่จะโผล่มาให้เหล่าเซเลอร์ปราบเป็นตอนๆ แล้วก็จบไป ไม่ได้มีผลกับเนื้อเรื่อง และยืดเรื่องในแต่ละภาคให้ไกลมากถึง 40-50 ตอนต่อซีซั่น เลยทีเดียว 

แม้ว่าเนื้อเรื่องในภาคเก่า จะไม่ได้ตรงกับต้นฉบับหนังสือการ์ตูนดั้งเดิม และดูจะเป็นการยืดเนื้อเรื่องไปมากก็ตาม แต่มันก็ทำให้เราตกหลุมรักตัวละคร รู้จักทุกอัศวินเซเลอร์ได้อย่างลึกซึ้ง ความกะเทยต่างก็จับจองเป็นเซเลอร์ตัวโน้นตัวนี้ ก็เริ่มต้นมาจากเวอร์ชั่นนี้กันทั้งนั้น ด้วยความที่พื้นที่ออกอากาศที่มากขึ้น จึงทำให้แต่ละตัวละคร สามารถถ่ายทอดเอกลักษณ์ของตัวเองออกมาได้ในแต่ลตอน รวมถึงเนื้อหาที่ปรับแต่งให้ขับเน้นเรื่องมิตรภาพ ความรัก ระหว่างเพื่อน ความผูกพัน และการรวมพลังกันเพื่อฝ่าฟันอุปสรรค ซึ่งถือเป็นเนื้อหาที่การ์ตูนยุคนั้นชอบใช้กันมาก

จึงไม่แปลกเลยที่เซเลอร์มูน ฉบับอนิเมชั่นยุค 90’s จะครองใจคนไปทั่วโลกจนกลายเป็นตำนานค่ะ

แต่ช้าแต่….

Sailor Moon EternalSailor Moon Eternal

การกลับมาปล่อยฉาย Sailor Moon อีกครั้งบน YouTube ผ่านช่องทางการของเจ้าของลิขสิทธิ์นั้น ไม่ได้เป็นการปล่อยเปล่านะคะเธอ แต่มันคือการปล่อยเพื่อให้เราๆ เธอๆ เตรียมตัวที่จะต้อนรับการกลับมาอย่างอลังการงานสร้าง ดาวล้านดวง ก็คือ ภาพยนตร์เซเลอร์มูนบนจอใหญ่อีกครั้ง ในชื่อ Sailor Moon Eternal ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ต่อเนื่องมาจากอนิเมชั่นฉบับใหม่ Sailor Moon Crystal นั่นเอง

Sailor Moon Crystal เป็นอนิเมชั่นฉบับใหม่ ที่ออกอากาศครั้งแรกปี 2014 ซึ่งเป็นการเอาเซเลอร์มูนฉบับมังงะ หรือหนังสือการ์ตูนต้นฉบับ มาทำใหม่ให้มีเนื้อเรื่องตรงกับของดั้งเดิม และเดินเนื้อเรื่องกระชับฉับไว ตรงตามเนื้อหาที่ผู้เขียนต้องการจะนำเสนอมากขึ้น ซึ่งออกอากาศไปแล้วทั้งสิ้น 3 ซีซั่น

เอกลักษณ์สำคัญของ Sailor Moon Crystal นอกจากด้านเนื้อหาแล้ว คือลายเส้นและภาพอนิเมชั่นที่ทันสมัยมากขึ้น ซึ่งมันก็อาจไม่ตรงจริตกับแฟนๆ สายเก๋าทั้งหลาย แต่เนื้อเรื่องนั้นต้องถือวาไกลจากการเป็นการ์ตูนเด็กมากๆ เพราะด้วยเนื้อหาที่ว่าด้วยเรื่องสงคราม ปมในจิตใจของมนุษย์ การกบฏในราชบัลลังก์ การย้อนเวลาและจักรวาลคู่ขนาน หรือแม้แต่การตั้งคำถามความเป็นมนุษย์ระหว่างคนธรรมดา กับมนุษย์ที่ดัดแปลงพันธุกรรมแล้ว

โอ้โห แม่…หนักเว่อร์

Sailor Moon CrystalSailor Moon Crystal

แน่นอนว่าเนื้อหาต้นฉบับในมังงะนั้น เซเลอร์มูน เป็นการตูนที่เหมาะกับเด็กอายุ 15 ปีขึ้นไป และมีฉากและเนื้อหาหนักกว่า และการเดินเรื่องที่กระชับฉับไวกว่า ตลอด 3 ซีซั่นเป็นต้นมา เซเลอร์มูนจึงมีจำนวนตอนเพียงแค่ 38 ตอนเท่านั้นเอง เรื่องราวตลก ฮา วัยใสแบบเก่าจึงถูกลดบทบาทลง และคาแรกเตอร์ของอัศวินเซเลอร์ดั้งเดิม ก็อาจจะขาดหายไปนั่นเองแล

อย่างไรก็ตาม ความนิยมของ Sailor Moon Crystal ก็เดินทางมาไกลจนถึงซีซั่น 3 และกำลังจะได้ฉายในโรงภาพยนตร์ประเทศญี่ปุ่นในเดือนกันยายนนี้แล้ว ซึ่งความพิเศษก็คือ ลายเส้นของภาคนี้ ก็เป็นลายเส้นจากคนวาดเซเลอร์มูนอนิเมชั่น เวอร์ชั่นเก่าในปี 90’s อีกด้วย จึงทำให้แฟนๆหลายๆ คนรู้สึกตื่นตา และนึกถึงภาพเก่าๆ ที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี และตัวอย่างของภาพยนตร์ที่เพิ่งปล่อยออกมา ก็ใช้เพลงในตำนานอย่าง Moonlight Dendetsu ที่แค่เสียงระฆังดังขึ้น เหล่ากะเทย ก็พร้อมใจกันหยิบปากกาแปลงร่างกันอย่างพร้อมเพรียงแล้วค่า